ขโมย หอมแก้มสาว ขโมยเงิน ที่ราชบุรี ตำรวจติดตามจับได้ทัน

นายไพศาล ธรรมสาธร หรือเต้ย อายุ 32 ปี อยู่หมู่ 16 ตำบลจอมบึง จังหวัดราชบุรี ผู้ต้องหาในคดีเข้าไป ขโมย เงิน 5 พันบาทในร้านออยเน็ต อำเภอดำเนินสะดวก และยังฉวยโอกาสหอมแก้มเด็กสาวในร้าน ถูกนำตัวมาแถลงข่าว ที่บริเวณหน้าห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธร จังหวัดราชบุรี หลังชุดสืบสวน สภ.ดำเนินสะดวก ไปจับได้ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ในเขตอำเภอเมืองนครปฐม

ผู้ต้องหาซึ่งเป็นอดีตนักโทษที่เพิ่งพ้นโทษ ในคดีลักทรัพย์ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ให้การรับสารภาพว่า หลังพ้นโทษก็ออกมาก่อเหตุลักทรัพย์ตามร้านค้า ในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก และก่อเหตุล่าสุดที่ร้านออยเน็ต ส่วนที่หอมแก้ม เนื่องจากเห็นว่าน้องน่ารักและรู้สึกชอบ

โดยขณะแถลงข่าว นางสาว อรณิชา บวรพิพัฒน์ เจ้าของร้าน ออยเน็ต ได้นำเด็กสาวที่ถูกนายไพศาลหอมแก้ม มาฟังการแถลงข่าวด้วย พร้อมกับบอกว่ารู้สึกดีใจที่ตำรวจสามารถจับคนร้ายได้เร็ว หลังเกิดเหตุอยู่อย่างหวาดระแวง เพราะยังจับคนร้ายไม่ได้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายไพศาลไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนส่งดำเนินคดีต่อไป

ขโมยหอมแก้ม

สืบเนื่องจากหลังมีผู้ใช้เฟสบุ๊คOnnicha Bwornpipatchai ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดในร้านออกมาแฉพฤติกรรมของโจรแสบ มาโพสต์ในเฟสบุ๊ค เพื่อเตือนภัยสังคม โดยใช้ชื่อคลิปว่า โจรหลอกหอมแก้มสาว-ขโมยเงิน โดยเหตุเกิดที่ร้านถ่ายเอกสารและขายเครื่องสำอางแห่งหนึ่งใน อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี

ซึ่งภาพที่ปรากฏในคลิป มีชายรูปร่างผอมสูง เดินเข้ามาในร้าน และเข้าไปสอบถามกับเด็กสาวที่คอยดูแลในร้าน ที่กำลังทำความสะอาดเครื่องถ่ายเอกสาร ระหว่างนั้นชายคนดังกล่าวได้เดินเข้าไปใกล้ลักษณะคล้ายจะช่วยดึงกระดาษที่ติดในเครื่องถ่ายเอกสารและใช้มือโอบหลังก่อนจะก้มลงไปหอมแก้มสาว จนทำให้เด็กสาวตกใจและรีบถอยหลัง ก่อนจะเดินหนีไปเช็ดทำความสะอาดบริเวณอื่น ซึ่งชายคนดังกล่าวก็ยังคงเดินวนเวียนอยู่ภายในร้าน และเมื่อเห็นว่าเด็กสาวเดินหายเข้าไปหลังร้าน จึงเดินเข้าไปหยิบเงิน 5,000 บาท ที่อยู่บริเวณโต๊ะทำงาน ก่อนจะเดินออกจากร้านไป

โดยภาพจากกล้องวงจรปิดนั้นสามารถจับภาพหน้าของคนร้ายได้อย่างชัดเจน จึงได้นำภาพดังกล่าวไปแจ้งความไว้ที่สภ.ดำเนินฯ เพื่อให้ช่วยดำเนินคดีให้ และนำขึ้นมาโพสต์เพื่อเตือนภัยในเฟสบุ๊ค จนมีผู้กดไลค์ และแชร์ไปมากมาย Royal1688 เว็บไซต์ของเรายังมีข่าวที่น่าสนใจ  ข่าวที่รู้ทันเหตุการณ์ใหม่ ๆ ก่อนใคร

 

ป้องกันขโมย

ข้อควรปฏิบัติ เพื่อการป้องกันมิจฉาชีพ ขโมย และเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง

 

• ประตู ถือเป็นสุดเสี่ยงที่สุดจาการถูกบุกรุก ดังนั้น การเลือกใช้ประตู ควรจะเลือกชนิดที่มีความแน่นหนา ใช้วัสดุที่แข็งแรงทนทาน ยากต่อการทำลาย

• ติดตาข่ายนิรภัยเข้ากับประตู จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัย

• หน้าต่าง ควรจะมีล็อคที่ดี เนื่องจากหน้าต่างเป็นอีกช่องทางที่ผู้บุกรุกจะเข้ามาได้ง่าย หากจำเป็นให้คำนึงถึงการติดตาข่ายนิรภัยหรือเหล็กดัดไว้

• ระบบล็อค ประตู-หน้าต่างทุกบาน ควรมีระบบล็อคที่ดี รวมถึงประตูมุ้งลวด ควรปิดล็อคทุกครั้งที่ออกจากบ้าน

• กุญแจ อย่าซ่อนกุญแจไว้นอกบ้าน เช่น กระถางต้นไม้ หากจำเป็น ควรฝากกุญแจไว้กับเพื่อนบ้านที่ไว้ใจได้จะดีกว่า

ขโมย

• ดูแลตัดแต่งพุ่มไม้และติดไฟฟ้าให้สว่างเสมอ เฉลียงและทางเข้าอื่น ๆ ควรจะติดไฟให้สว่าง บ้านที่ติดไฟสว่าง จะปลอดภัยกว่าบ้านที่ปิดไฟมืด หรือไม่มีไฟ

• ทำให้บ้านของเราเหมือนมีคนอยู่ตลอดเวลา เวลาออกไปข้างนอกในตอนกลางคืน ให้เปิดไฟและวิทยุทิ้งไว้ อย่าเปิดไฟดวงเล็กตามทางเดิน หรือมุมห้อง เนื่องจากการกระทำเช่นนี้ จะแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครอยู่บ้าน

• อย่าเป็นคนชักจูงให้โจรเข้าบ้านเอง โจรหรือขโมยมักจะคอยสังเกตความเป็นไปของบ้านหรือที่พักเป้าหมาย ดังนั้นเราต้องระมัดระวังไม่ล่อตาล่อใจโจรด้วยเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ภายในบ้าน

• ปิดบ้านสนิทมิดชิด ทำการปิดบ้านให้มิดชิดที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะการปิดม่านไม่ให้คนภายนอกมองเห็น

ทางที่ดีเราไม่ควรเปิดสาธารณะให้ใครก็ได้เข้ามาแอบส่อง และไม่ควรเช็กอินที่ตั้งบ้านของเราในโลกออนไลน์ เพราะแม้จะตั้งค่าเฉพาะเพื่อนเท่านั้นที่เห็น แต่บนโลกออนไลน์อาจจะมีมิจฉาชีพเข้ามาปะปนหรือถูกล้วงข้อมูลได้

 

กรณีศึกษา โรคขี้ขโมย อาการ สาเหตุ เกิดจาก ?

โรคขี้ขโมย

โรคขี้ขโมย หยิบฉวยของคนอื่น (Kleptomania) อาจเกิดขึ้นจากความผิดปกติทางสมองที่พบสารเซโรโทนินที่ ต่ำลง จนอาจเสี่ยงภาวะซึมเศร้า พันธุกรรม และการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมในวัยเด็ก แต่ไม่ถือว่าเป็นอาการทางจิต แต่จัดอยู่ในโรคที่เกิดจาดความผิดปกติของสมอง ที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้

โดยอาการซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่มีปัญหาทางด้านการเงิน แต่จะมีปัญหาทางสภาวะจิตใจที่ต้องการจะปลดปล่อยอะไรออกมา แสดงออกผ่านการขโมยของ เมื่อขโมยของได้สำเร็จ ก็จะทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น แต่ผู้ป่วยโรคขี้ขโมย จะรู้สึกผิดเมื่อขโมยของเสร็จ บางคนถึงกับเอาของไปคืนที่เดิมหลังจากขโมยเสร็จ เพราะไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะขโมยของเพื่อนำไปใช้สอยส่วนตัว

ป้องกันโรคขี้ขโมย

ผู้ป่วยโรคขี้ขโมย สามารถรับการรักษาได้ทั้งจากการใช้ยาบำบัด โดยเพิ่มเซโรโทนีนในสมอง ลดความเสี่ยงของผู้ป่วยจากภาวะซึมเศร้า และวิธีจิตบำบัด อาจจะเป็นการเพิ่มความรู้สึกผิดชอบชั่วดีให้กับผู้ป่วยมากขึ้น ให้ผู้ป่วยรับรู้ว่าสิ่งที่ทำไปไม่ใช่เรื่องดี เป็นเรื่องที่ผิด จนผู้ป่วยหยุดทำไปเอง หรืออาจจะเป็นการชวนผู้ป่วยคุยถึงผลร้ายที่อาจจะตามมาภายหลังจากการขโมย ขยายผลร้ายให้เห็นอนาคตหลังจากการขโมยให้เห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น การสร้างความกลัวจนหยุดอาการอยากขโมยลงได้