ทิ้งกระเป๋า กลางตลาดดังพัทยา ชาวบ้านกลัวจะเป็นระเบิด ตำรวจเข้าตรวจคาดสร้างสถานการณ์

คนพัทยาแอบระทึก พบ ทิ้งกระเป๋า วางเอาไว้ใกล้ตลาดบาซาร์ รีบแจ้งตำรวจมาดู เปิดพบเป็นเพียงเสื้อผ้าและก้อนหิน แม่ค้าเห็นชายผิวคล้ำถือมาวาง คาดสร้างสถานการณ์ วานนี้ (12 ก.ย.) เมื่อเวลา 18.00 น. ร.ต.อ.พัลลภ หริ่งรอด รอง สว.ป.สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบวัตถุต้องสงสัยวางอยู่ในถังขยะบริเวณตลาดพัทยาบาซาร์ ถ.พัทยาเหนือ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุตรวจพบกระเป๋าสะพายเป้สีดำจำนวน 2 ใบ อยู่ในถังขยะสีเหลือง ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าตลาดดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงลองยกกระเป๋าต้องสงสัยออกมาจากถังขยะ ผลปรากฏว่ามีน้ำหนักมากจนผิดสังเกต จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี (EOD) เดินทางมาตรวจสอบ พร้อมกับกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกห่าง ก่อนจะใช้เชือกดึงกระเป๋าออกมาแล้วเปิดดู ผลปรากฏว่าภายในกระเป๋าทั้ง 2 ใบ มีเสื้อผ้าและก้อนหินบรรจุอยู่จำนวนมาก

สอบสวน นางจันทร์ อายุ 61 ปี แม่ครัวร้านอาหารภายในตลาดพัทยาบาซาร์ ให้การว่า ก่อนหน้านี้ได้มีชายไทย อายุประมาณ 30 ปี ผิวคล้ำ รูปร่างสันทัด ผมสั้น สวมเสื้อยืดสีดำ และกางเกงขายาวสีดำ เดินถือกระเป๋าเป้ 2 ใบมาทิ้งในถังขยะแล้วรีบเดินหลบหนีไป

ทิ้งกระเป๋า

ด้วยความสงสัยตนจึงเดินไปลองยกกระเป๋าดู พบว่ามีน้ำหนักค่อนข้างมากเลยไม่กล้าเปิดดู เนื่องจากเห็นว่าสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบันไม่ค่อยปกติ กลัวว่าจะเป็นระเบิด จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว Gclub  คือเว็บไซต์ที่ให้บริการเกมส์คาสิโนที่ให้บริการในรูปแบบเกมส์ออนไลน์ เล่นได้ง่ายๆ ผ่านทางมือถือทุกที่

เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า กระเป๋าทั้ง 2 ใบน่าจะเป็นของผู้ที่ไม่หวังดีนำมาทิ้งไว้เพื่อสร้างสถานการณ์ให้ประชาชนตื่นกลัว อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทำการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อติดตามตัวคนที่นำมาทิ้งมาทำการสอบสวนต่อไป

 

 ทิ้งกระเป๋า ต้องสงสัย ข้อควรปฏิบัติเมื่อพบ หรือปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุระเบิด

 

• ถามหาเจ้าของ อย่ารบกวน ยุ่งเกี่ยว อย่างัด แกะ เปิด หรือ ทำให้เปลี่ยนรูปทรง และตำแหน่งที่พบ วัตถุต้องสงสัย

• เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุนั้น ๆ เพื่อแจ้งและให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ และรีบดำเนินการแจ้ง ขอความช่วยเหลือจากหน่วยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

• การทำให้ปลอดภัยเบื้องต้น โดยการอพยพผู้คน ปิดกั้นห้ามคนเข้าออก

กระเป๋าต้องสงสัย

• หากติดอยู่ภายในอาคาร ให้ใช้ผ้าชุบน้ำอุดช่องประตูเพื่อป้องกันแก๊สพิษ มองหาที่กำบังแรงระเบิดที่มั่นคงแข็งแรง โดยหลบอยู่เหนือลม และปิดเครื่องปรับอากาศ

• หากพบวัตถุระเบิด เตรียมข้อมูลที่เกี่ยวกับสถานที่พบวัตถุระเบิด ขนาด รูปร่าง สี น้ำหนักโดยประมาณ มูลเหตุที่เชื่อว่าเป็นวัตถุระเบิด ใครเป็นผู้พบ พบเมื่อใด ใครเห็นบ้าง ที่ตัววัตถุระเบิด มีอุปกรณ์อะไรประกอบที่เห็นได้ เช่น สายไฟ นาฬิกา หรืออื่น ๆ และใช้เชือกปิดกั้นผู้คนไม่ให้เข้าไปรบกวนอาจใช้กระสอบทราย ยางรถยนต์ครอบไว้ มีป้ายเตือน และใช้คนเฝ้าไว้ในที่ที่ปลอดภัย รีบแจ้งเหตุกับหน่วยที่เกี่ยวข้องให้มาช่วยดำเนินการ พร้อมกับอพยพผู้คนไว้ในรัศมีปลอดภัย

ประสานงานกับหน่วยที่เกี่ยวข้องดังกล่าวมาแล้วข้างต้น ถ้าเป็นวัตถุระเบิดที่อยู่ในลักษณะที่ปลอดภัย เช่น มีสลักนิรภัยเรียบร้อยก็เก็บไว้ในที่ปลอดภัยได้เลย แต่ถ้าอยู่ในลักษณะที่ไม่ปลอดภัย เช่น สลักนิรภัยถูกถอดออกจนหมดแล้ว ให้ดำเนินการตามวรรค 2 ถึงวรรค 4 แล้วจัดหาสถานที่โล่งห่างไกลบ้านเรือนประชาชน เพื่อเตรียมไว้อาจต้องใช้เป็นสถานที่ทำลายทิ้ง สุดท้ายจัดเจ้าหน้าที่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุระเบิดนั้นได้ดี และรู้ถึงเส้นทางเข้าออกบริเวณที่พบวัตถุระเบิดนั้น เพื่อรอให้รายละเอียดแก่เจ้าหน้าที่ที่จะมาดำเนินการ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจ จากทางเว็บได้ ขโมย หอมแก้มสาว ขโมยเงิน ที่ราชบุรี ตำรวจติดตามจับได้ทัน อ่านต่อ…

ขู่ระเบิดกรณีถูกข่มขู่ทางโทรศัพท์ว่าจะก่อวินาศกรรม

 

ส่วนใหญ่จะเป็นขู่ทางโทรศัพท์ว่าจะวางระเบิดอาคารสถานที่ ซึ่งจากสถิติจะมีการวางระเบิดจริง ๆ เพียงประมาณไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น แต่เป็นกรณีที่ก่อให้เกิดความปั่นป่วนและยุ่งยากอย่างมาก เพราะมีการวางระเบิดไว้จริง ๆ หากผู้ใดรับโทรศัพท์มีความตื่นเต้นมากเพียงใดยิ่งจะทำให้ไม่ได้รับข้อมูลเท่าที่ควร และการตัดสินใจจะทำได้ยากยิ่งขึ้น ทำให้จำเป็นต้องมีการตรวจค้นทุกครั้งที่มีการขู่

1. ผู้ที่ได้รับโทรศัพท์ขู่ว่าจะมีการวางระเบิด ต้องทำใจให้สงบ อย่าตื่นเต้น และรีบจัดเตรียมการบันทึกข้อมูลทันทีปล่อยให้ผู้โทรศัพท์ขู่พูดไปเรื่อย ๆ อย่าขัดจังหวะ พยายามจับความให้ละเอียด

2. ถ้าทำได้พยายามพ่วงโทรศัพท์ไว้ให้ผู้อื่นร่วมฟังได้ด้วย หรือเปิดเครื่องบันทึกเสียง ถ้ามีเตรียมไว้ ซึ่งผู้โทรศัพท์ขู่มีทีท่าจะพูดสนทนาด้วย ให้รีบฉวยโอกาสชวนสนทนาทันที และพยายามซักถามหาในประเด็น วางระเบิดที่ไหนเวลาเท่าไรจะระเบิด ทำไมจึงวางระเบิดไว้ที่นั้น วางระเบิดไว้เมื่อเวลาเท่าไร จะวางได้ด้วยวิธีอะไร จะระเบิดขึ้นได้อย่างไร

3. พยายามชวนคุยให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยใช้กลวิธีดังต่อไปนี้ พยายามให้ผู้โทรศัพท์ขู่รู้สึกว่าเราสนใจฟังคำของเขา หากถ้าผู้โทรศัพท์รู้สึกโกรธ ไม่พอใจ เจ็บใจต่อตัวบุคคล หน่วยราชการ หรือองค์การ พยายามพูด พยายามเห็นอกเห็นใจ และพยายามซักถามให้ได้สาเหตุของความไม่พอใจให้ชัดเจน ซึ่งอาจจะช่วยสืบหาตัวผู้พูดโทรศัพท์ได้ภายหลัง

ระเบิด

4. พยายามให้ผู้โทรศัพท์ขู่พูดให้มากกว่าที่เขาตั้งใจ ด้วยการให้พูดทวนซ้ำหรือพูดยั่วให้โกรธ ถามเขาว่าต้องการให้ช่วยทำอะไรบ้าง ยิ่งพูดนานเท่าไรก็จะทำให้ ผู้โทรศัพท์ขู่ต้องผิดพลาดมากขึ้น เปิดเผยข้อเท็จจริงหรือตัวเองมากขึ้น ความรู้สึกของผู้รับโทรศัพท์เป็นเรื่องสำคัญที่สุด จะช่วยในการตัดสินใจของผู้รับผิดชอบสถานการณ์ว่าการโทรศัพท์ขู่นั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่

5. จัดเตรียมแบบฟอร์มไว้บันทึกรายงานการโทรศัพท์ขู่ไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้สะดวกยิ่งขึ้น แบบฟอร์มควรประกอบด้วยข้อความต่อไปนี้ วัน เวลา ที่รับโทรศัพท์ เครื่องโทรศัพท์ที่ใช้โทรศัพท์ขู่เป็นหมายเลขภายใน ภายนอก หรือสาธารณะ ถ้าสามารถบอกได้ เสียงของผู้โทรศัพท์ขู่ เป็นชาย หญิง เด็ก ผู้ใหญ่ น้ำเสียงของผู้โทรศัพท์ขู่ ดัง ค่อย เสียงสูง ต่ำ หรือดัดเสียง วิธีพูด เร็ว ช้า รัว ตะกุกตะกัก ภาษาที่ใช้ หยาบคาย สำเนียง เป็นคนภาคไหน หรือเป็นคนต่างประเทศ สภาพจิตใจและอาการที่แสดงออกขณะพูด เยือกเย็น โกรธ เนื้อเรื่องที่สนทนากันโดยละเอียด รวมทั้งลักษณะการขู่ที่อาจมีลักษณะแบบใดแบบหนึ่งโดยเฉพาะ

6. จัดทำรายงานทันทีหลังจากรับโทรศัพท์ขู่ แล้วรีบเสนอผู้บังคับบัญชา หรือผู้รับผิดชอบสถานการณ์ อย่าเพิ่งแพร่งพรายกับผู้อื่นที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เพราะจะทำให้เกิดเหตุแตกตื่น และเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขสถานการณ์

7. ผู้บังคับบัญชา หรือผู้รับผิดชอบสถานการณ์ รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือผู้เชี่ยวชาญวัตถุระเบิด